กู้ชีพกู้ใจ ใครๆก็ทำได้ (Basic Life Support) เป็นรายวิชาที่สอนการกู้ชีพขั้นพื้นฐานและวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้แก่ประชาชนทั่วไป โดยเนื้อหาวิชากล่าวถึง หลักความปลอดภัยก่อนเข้าช่วยเหลือผู้ป่วย การกู้ชีพขั้นพื้นฐานรวมทั้งการใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (automated external defibrillator, AED) การวิเคราะห์อาการ อาการแสดงและสามารถทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้แก่ผู้ป่วยชัก ผู้ป่วยทางเดินหายใจส่วนบนอุดกั้น ผู้ป่วยที่มีบาดแผล ผู้ป่วยที่ถูกงูพิษกัด ผู้ป่วยที่กินสารกัดกร่อน ได้อย่างถูกต้อง
ชื่อรายวิชาภาษาไทย:การอนุรักษ์ความหลากหลายและการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนของพรรณพืชป่าพื้นเมืองของไทยภาษาอังกฤษ:The conservation and sustainable use of native Thai plantsรายละเอียดรายวิชาการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพมีเป็นปัจจัย 4 ที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของมวลมนุษยชาติและการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนอยู่เคียงคู่กับสังคมไทยมาช้านาน แต่การคำนึงถึงเรื่องการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนยังมีการกตระหนักถึงน้อยมาก เพราะการสื่อความหมายด้านการอนุรักษ์ยังไม่ชัดเจนให้กับคนทุกระดับ คนที่มีรายได้ปานกลางและรายได้น้อยยังคงใช้ทรัพยากรป่าไม้ พรรณพืชป่าในการดำรงชีพ ซึ่งแตกต่างไปจากสังคมเมือง ดังนั้นหากไม่มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพโดยเฉพาะพรรณพืชพื้นเมืองที่นำมาใช้ประโยชน์อาจหมดหรือสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยและจากโลกนี้ลรุ่นใหม่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของพรรณพืชป่า.
Change Management: Dimensions of Public Administration and Public Managementเกี่ยวกับรายวิชาสถานการณ์ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติ และมีความเป็นพลวัต องค์การทุกองค์การต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงของข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่อง รายวิชาเรียบเรียงเนื้อหา หลักคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการจัดการการเปลี่ยนแปลงตามหลักทฤษฎี และเรียนรู้กรณีศึกษาของกลุ่มประเทศในภูมิภาคอาเซียน โดยยกตัวอย่างสาธารณรัฐสิงคโปร์ ในมิติที่ว่าด้วยการบริหารองค์การภาครัฐ เพื่อตอบรับต่อความต้องการสาธารณะในยุคปัจจุบันรายวิชาดังกล่าว สามารถนับเป็นหน่วยกิตการศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษา (เฉพาะชั่วโมงเรียน 10 ชั่วโมง) ของหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต หมวดวิชาเลือกเสรี (คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล)
รายวิชาเรียนตามอัธยาศัย รายวิชานี้ได้ปรับรูปแบบการจัดการเรียนการสอนเป็น "การเรียนรู้ด้วยตนเองตามอัธยาศัย (Self-Paced)" คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล หลักสูตร STEM การจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์แบบสะเต็มศึกษา STEM Based Learning for Science ความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับสะเต็มศึกษา (STEM EDUCATION) ปรัชญาและการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์แบบสะเต็มศึกษา ความแตกต่างระหว่างการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์แบบดั้งเดิมกับการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์แบบสะเต็มศึกษา การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์แบบสะเต็มศึกษา การสร้างแผนการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์แบบสะเต็มศึกษา การสร้างแบบวัดประเมินผลการเรียนรู้ และการให้ข้อมูลย้อนกลับ (feedback) สำหรับการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์แบบสะเต็มศึกษา ดังนั้นเนื้อหาสาระรายวิชาโดยสังเขปจึงประกอบด้วย ความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับ STEM คืออะไร สำคัญ อย่างไร หลักปรัชญาและหลักการการจัดการเรียนการสอนและการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ตามแนวทางที่ใช้สะเต็มเป็นฐาน การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามแนวทางที่ใช้สะเต็มเป็นฐาน การสร้างแผนการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ตามแนวทางที่ใช้สะเต็มเป็นฐาน การสร้างแบบวัดประเมินผลการเรียนรู้ และการให้ feedback สำหรับการจัดการเรียนการสอนและการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามแนวทางที่ใช้สะเต็มเป็นฐาน การวิเคราะห์เปรียบเทียบการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ตามแบบที่มักใช้กัน(Conventional) ที่เน้นการบรรยายกับแบบตามแนวทางที่ใช้สะเต็มเป็นฐาน (STEM) บอกความหมายและความสำคัญของการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา อธิบายหลักการการจัดการเรียนการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามแนวทางสะเต็มศึกษา ยกตัวอย่างกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์แบบสะเต็มศึกษา วิเคราะห์และออกแบบแผนการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ตามแนวทางที่ใช้สะเต็มเป็นฐาน ประยุกต์ใช้ STEM เพื่อบูรณการกับเหตุการณ์หรือปรากฏการณ์ที่พบในชีวิตประจำวันเพื่อการเรียนการสอน สร้างแบบวัดประเมินผลการเรียนรู้ สำหรับการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ตามแนวทางที่ใช้สะเต็มเป็นฐาน จำนวนชั่วโมงเรียนทั้งหมด : 8 ช.ม. จำนวนหน่วยกิตของรายวิชาในหลักสูตรปกติ : ไม่มี จำนวนชั่วโมงที่จัดการเรียนรู้ต่อสัปดาห์/ต่อครั้ง : 1 ชั่วโมง ต่อครั้ง 1-2 ครั้ง ต่อ สัปดาห์ การนำผลการเรียนรู้ไปใช้ประโยชน์ : เนื้อหาเรียนตามอัธยาศัย ระดับของเนื้อหารายวิชา : ปริญญาตรี/ครู/เรียนตามอัธยาศัย ระดับความยากของเนื้อหารายวิชา : เบื้องต้น ถึง กลาง ความรู้พื้นฐานที่ควรมีมาก่อน : วิทยาศาสตร์ และ คณิตศาสตร์ พื้นฐานระดับประถม หรือ มัธยม ประเภทการเรียนในรายวิชา : เรียนด้วยตนเอง กลุ่มเป้าหมายเฉพาะ : ครู อาจารย์ ผู้บริหารการศึกษา ศึกษานิเทศน์ หรือประชาชนทั่วไปที่สนใจนำไป ประยุกต์ใช้สร้างกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ รศ. ดร. วรรณพงษ์ เตรียมโพธิ์ (Assoc.Prof.Wannapong Triampo, Ph.D.) Deputy Dean for Educational Services of Salaya Campus & International BSc Program Coordinator E-Mail: wannapong.tri@mahidol.ac.th website: https: salaya.sc.mahidol.ac.thth/ https: www.sc.mahidol.ac.th/sim/ Professional Learning Community https: www.ilearnsci.com/ Biophysics Research Unit https: einstein.sc.mahidol.ac.th/~bionanotech/ R&D Unit for STEM Education https: www.facebook.com/STEMbyIL/ ___________________________________________________________________________ อ. ดร. อาทร นกแก้ว ( Lect. Artorn Nokkaew, Ph.D.) อาจารย์ประจำสถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล Curriculum Vitae ________________________________________________________________________ อ.ดร.ปรัชญพงศ์ ยาศรี(Lect. Pratchayapong Yasri, Ph.D.) อ.ดร. มนต์อมร ปรีชารัตน์(Lect. Monamorn Precharattana, Ph.D.) 13 มีนาคม 2560 – 23 มิถุนายน 2560 หนังสือและตำรา หนังสือสะเต็ม โดย รศ. ดร. วรรณพงษ์ เตรียมโพธิ์ และ อ. ดร. อาทร นกแก้ว เอกสารประกอบการบรรยาย เอกสารประกอบการบรรยายและอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง สะเต็ม (STEM) (free download https: www.ilearnsci.com/ ) เว็บไซต์ สะเต็มศึกษาประเทศสหรัฐอเมริกา https: www.ed.gov/stem สะเต็มศึกษาประเทศสหราชอณาจักร https: www.stem.org.uk/ สะเต็มศึกษาประเทศไทย https: www.stemedthailand.org/ Web ของผู้เขียน https: www.ilearnsci.com/ สะเต็มศึกษา STEM education การศึกษาที่มุ่งให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพและมีประสิทธิภาพศูงสุดและมุ่งส่งเสริมทักษะชีวิตและทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 โดยเป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการบูรณาการของศาสตร์หลัก คือ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และ เทคโนโลยี และส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้ระหว่างศาสตร์ต่างๆ สามารถเข้าใจการนำไปใช้ อาชีพ และปรากฏการณ์ที่พบในชีวิตประจำวัน lesson plan แผนการจัดการเรียนรู้ assessment เป็นการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่มุ่งเก็บรวบรวมข้อมูลสารสนเทศทั้งชิงปริมาณ และเชิงบรรยายอย่างเป็นระบบ แล้วนำข้อมูลสารสนเทศที่รวบรวมได้มาเรียบเรียงเพื่อใช้ในการปรับและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ pedagogy ศาสตร์และศิลป์ในการจัดการเรียนรู้สำหรับนักเรียนนักศึกษา การวัดประเมินผลการเรียนรู้ พิจารณาจาก 3 ด้าน ความรับผิดชอบในการเข้าเรียนรู้บทเรียนจาก MOOC และการมีส่วนร่วม การเข้าชั้นเรียนและพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมในชั้นเรียน 30% 2. ความรู้ (Knowledge) ตามมาตรฐานกำหนด แบบทดสอบ 30% 3. ทักษะด้านปัญญา (Cognitive skills) แบบทดสอบ 40% หมายเหตุ % รวมที่แสดงใน ตาราง โครงสร้างเนื้อหา และแผนการจัดการเรียนรู้ รวมจึงเป็น 70% (เวลาเข้าเรียน 30%) ผู้เรียนจะได้รับผลการเรียนว่าผ่าน ต้องเข้าเรียนครบทุกบทเรียนจำนวน 8 ชั่วโมงและได้ผลการสอบ(ด้าน 2 และ 3)ตั้งแต่ครึ่งหนึ่งขึ้นไป6 คำแนะนำในการเรียนรู้ ควรเรียนรู้จาก MOOC ร่วมกับ ช่องทางการเรียนรู้อื่น โดยมีการนำความรู้ความเข้าใจไปทดลองใช้ เช่น จัดการเรียนรู้ผ่านกิจกรรม STEM based learning เน้นการเรียนรู้แบบการมีส่วนร่วม และ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียน และผู้สอน share & learn W e l c o m e T o S T E M "สื่อการสอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Thai MOOC (thaimooc.org) และเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตสิทธิ์แบบ Creative Commons ด้วยเงื่อนไข CC BY NC SA”
เกี่ยวกับรายวิชา การซักประวัติและการตรวจร่ายกายเป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญของบุคลากรฉุกเฉินทางการแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาก่อนถึงโรงพยาบาลเฉินได้อย่างทันท่วงที ขั้นตอนการซักประวัติและตรวจร่างกายตามระบบต่าง ๆ ของร่างกายจะได้รับการรวบรวม และสาธิตในรายวิชานี้ เพื่อให้ บุคลากรฉุกเฉินการแพทย์มีทักษะและช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที
เกี่ยวกับรายวิชาพฤติกรรมพื้นฐานของคอนกรีตเสริมเหล็กในการรับแรงอัด แรงดัด แรงเฉือน หลักการเบื้องต้นในการออกแบบโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กโดยวิธีกำลัง และการสังเกตุอาคารที่มีลักษณะเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายเนื่องมาจากแผ่นดินไหวเน้นให้นักศึกษารู้จักการนำเอาหลักการทฤษฏี หรือวิธีการทางด้านคณิตศาสตร์ และพื้นฐานทางด้านวิศวกรรมเพื่อใช้ในการแก้ปัญหาทางด้านการออกแบบ พิจารณา และ ประเมินโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหว ได้อย่างเหมาะสมกลุ่มเป้าหมาย...โดยวิชานี้เหมาะสำหรับ นิสิต นักศึกษา ช่างก่อสร้าง และประชาชนทั่วไป ที่มีความสนใจเกี่ยวกับการก่อสร้างและการประเมินโครงสร้างเบื้องต้นทั้งก่อนและหลังเหตุการณ์ภัยพิบัติ
คำอธิบายรายวิชา ผู้เรียนจะได้เรียนรู้และเข้าใจกระบวนการเกิดและอันตรายจากภัยพิบัติธรรมชาติ ได้แก่ แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด สึนามิ โคลนถล่ม พายุ น้ำถ่วมและน้ำแล้ง เอลนิโญ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนการปฏิบัติตัวตามหลักที่ถูกต้อง ทั้งก่อน ขณะเกิด หรือหลังเกิดภัยพิบัติตามธรรมชาติ เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนรับมือ หลบหลีก หรือ บรรเทาความรุนแรงของเหตุการณ์ฉุกเฉินและลดความสูญเสีย จากภัยพิบัติในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังเป็นแนวทางนำไปใช้ในการพัฒนาวิชาชีพต่อไป วัตถุประสงค์รายวิชา 1. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้และความเข้าใจทฤษฏีกระบวนการเกิด ลักษณะของภัยพิบัติธรรมชาติ ประเภทต่างๆ และผลกระทบต่อมนุษย์ 2. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถปฏิบัติตนอย่างถูกต้องในขณะเกิดเหตุภัยพิบัติธรรมชาติ 3. ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์และอธิบายสาเหตุการเกิดภัยพิบัติธรรมชาติจากกรณีศึกษาที่กำหนดได้ ความรู้พื้นฐานที่ควรมี การศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ทีมผู้สอน อาจารย์ประจำวิชา ดร.ปริชาติ เวชยนต์อาจารย์ประจำหลักสูตรวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและการจัดการภัยพิบัติมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี E-mail: parichat.wet@mahidol.ac.th ผู้ช่วยสอนในวีดีโอ นายธนากร เหล่าธนะกิจไพศาลนักศึกษาปีที่ 4 หลักสูตรธรณีศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ผู้ช่วยสอนในระบบออนไลน์ นางสาว วสุพร ภู่พัฒน์วิบูลย์นักศึกษาปีที่ 4 หลักสูตรธรณีศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ (ระบุเอกสาร ตำรา เว็บไซต์ ฯลฯ) - ระบบเฝ้าระวัง ติดตามและพยากรณ์ กรมอุตุนิยมวิทยา เว็บไซต์ http://www.metalarm.tmd.go.th/ - ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เว็บไซต์ http://www.ndwc.go.th/web/index.php - สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา เว็บไซต์ http://www.seismology.tmd.go.th/home.html - Japan Meteorological Agency เว็บไซต์ http://www.jma.go.jp - Hazard and Diasaster Journal available on website: http://www.journals.elsevier.com/international-journal-of-disaster-risk-reduction/ - Patrick L. A., Natural Disasters, 8th edition, New York, McGraw-Hill, 2012 นโยบายการวัดประเมินผล เกณฑ์การให้คะแนน การผ่าน/ไม่ผ่าน และใบประกาศนียบัตร (หากมี) - สัดส่วนคะแนนในการประเมินผล : กิจกรรม (5 ครั้ง) 5% แบบฝึกหัด (7 ครั้ง) 13% อภิปรายและการบ้าน (2 ครั้ง) 10% สอบย่อย (4 ครั้ง) 12% สอบกลางภาค (1 ครั้ง) 30% สอบปลายภาค (1 ครั้ง) 30% -เกณฑ์การวัดผลและประเมินผลสัมฤทธิ์ในการศึกษา มีคะแนนเท่ากับหรือมากกว่า 60% ขึ้นไป แนะนำการใช้งานห้องเรียนออนไลน์ แนะนำบราวเซอร์ที่เหมาะสมกับการใช้งาน แพลตฟอร์ม Open edX สามารถใช้งานผ่านบราวเซอร์เวอร์ชั่นรุ่นล่าสุดของโครม (Chrome) ไฟร์ฟ๊อกซ์ (Firefox) ซาฟารี (Safari) หรือ อินเตอร์เน็ตเอ็กซ์โพลเรอร์เวอร์ชั่น 9 หรือสูงกว่า “สื่อการสอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Thai MOOC (thaimooc.org) และเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตสิทธิ์แบบ Creative Commons ด้วยเงื่อนไข CC BY NC SA”
ชื่อรายวิชาภาษาอังกฤษ : Caregivers techniquesเกี่ยวกับรายวิชาเทคนิคการเป็นผู้ดูแลผู้สูงอายุ เป็นการเตรียมผู้ที่ต้องการเป็นผู้ดูแลผู้สูงอายุให้มีทั้งความรู้และทักษะ อย่างถูกต้องเพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถเตรียมตัวสู่วัยผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ ครอบคลุมถึงการดูแลด้านจิตใจ ด้านร่างกาย ด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพกาย สุขภาพใจที่แข็งแรง สามารถพึ่งพาตนเองได้ และแนะนำครอบครัว คนรอบข้าง ให้ดูแลผู้สูงอายุ ได้อย่างถูกต้องตามหลักการ
เกี่ยวกับรายวิชา การออกแบบวงจรดิจิตอลเป็นวิชาพื้นฐานที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งของการศึกษาด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ รวมถึงสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น วิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ วิศวกรรมไฟฟ้า เป็นต้น เนื้อหาในรายวิชานี้จะแนะนำให้รู้จักถึงความแตกต่างของข้อมูลแบบดิจิตอลกับข้อมูลในรูปแบบอื่น ทำไมในปัจจุบันนี้ถึงมีแต่คำว่าดิจิตอลอยู่รอบตัวเราตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น สัญญาณโทรศัพท์แบบดิจิตอล เครื่องมือวัดแบบดิจิตอล หรือแม้กระทั่งคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันในปัจจุบันก็ล้วนแต่มีพื้นฐานมาจากองค์ความรู้ด้านดิจิตอลด้วยกันทั้งสิ้น เนื้อหาในรายวิชานี้ประกอบไปด้วย 4 ส่วนได้แก่ แนะนำความแตกต่างระหว่างดิจิตอลกับอนาล็อก ข้อดี/ข้อเสีย ของดิจิตอล รวมถึงประโยชน์ที่ได้จากวงจรแบบดิจิตอล ศึกษาเรื่องระบบจำนวน เลขฐาน รูปแบบการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบรหัสต่างๆ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานต่อไปในการออกแบบวงจรดิจิตอล ศึกษาเรื่องวงจรพื้นฐานทางดิจิตอล เช่น Logic Gate ลักษณะการทำงาน การประยุกต์ใช้งานในรูปแบบต่างๆ ศึกษาการออกแบบวงจรดิจิตอลพื้นฐาน การทำให้วงจรดิจิตอลมีขนาดเล็กลงและมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการประยุกต์ใช้งานวงจรดิจิตอลในเรื่องต่างๆ เช่น ใช้เป็นวงจรควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ เป็นต้น
เกี่ยวกับรายวิชาการรักษาพยาบาลผู้ป่วยในภาวะฉุกเฉิน ไม่ใช่เพียงเริ่มต้นที่โรงพยาบาลเท่านั้น หากผู้ป่วยได้รับการปฐมพยาบาล ดูแล ให้การช่วยเหลือเบื้องต้น ณ ที่เกิดเหตุ โดยผู้มีความรู้ความสามารถอย่างถูกต้องแล้ว สามารถทำให้ผลการรักษามีคุณภาพดีขึ้น และเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยมากขึ้นด้วย ระบบการแพทย์ฉุกเฉินจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเริ่มตั้งแต่การร้องขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วนฉุกเฉิน 1669 การให้คำแนะนำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยทีมบุคลากรทางการเเพทย์ฉุกเฉิน การดูแลผู้ป่วยในระยะเวลาก่อนถึงโรงพยาบาล การติดต่อประสานงาน ตลอดจนการนำส่งผู้ป่วยไปรักษาต่อโรงพยาบาลที่เหมาะสม
การจัดการการท่องเที่ยวและการบริการ เป็นวิชาที่ต้องการให้ผู้เรียนได้เข้าใจถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งสามารถทำให้ผู้เรียนเข้าใจถึงหลักการของการทำงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในภาพรวม โดยมีหัวข้อในการศึกษาดังต่อไปนี้Tourism and Hospitality Management 4.0 is a subject that supports students to understand the importance of tourism industry, and be able to know the principles of tourism businesses and overall of tourism system as following topics:อาชีพและบทบาทที่เกี่ยวข้องต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการบริการCareers and Roles Related to Tourism and Hospitality Industryเปิดมุมมองใหม่ต่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน New lenses of Sustainable tourismหัวใจหลักต่อการทำธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและการบริการPrinciples of tourism and hospitality businessกลยุทธ์และเทคนิคการทำธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและการบริการTourism and Hospitality Business Strategy and techniqueการเข้าถึงงานบริการService insightการตลาดเพื่อการท่องเที่ยวและการบริการMarketing for tourism and Hospitality
รายวิชาเรียนตาม อัธยาศัย รายวิชานี้ได้ ปรับรูปแบบการจัดการเรียนการสอนเป็น "การเรียนรู้ด้วยตนเองตามอัธยาศัย (Self-Paced)" Emergency Care in Mass Casualty Incident เกี่ยวกับคอร์สนี้ ในปัจจุบันทั่วโลกเผชิญกับปัญหาสาธารณภัยที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งและรุนแรงมากขึ้น ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินแก่ประชาชนเป็นอย่างมาก แนวทางหนึ่งในการป้องกันและลดผลกระทบจากสาธารณภัยอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนคือการลดความเสี่ยงจากสาธารณภัย และ การรู้เท่าทันสาธารณภัย ดังนั้นบุคลากรทางการแพทย์และบุคคลทั่วไปควรมีทักษะในการจัดการสาธารณภัยเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสาธารณภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ คุณสมบัติผู้เรียนกลุ่มเป้าหมาย นักศึกษาระดับปริญญาตรี/ประชาชนทั่วไป ที่มีความสนใจในเรื่องการจัดการสาธารณภัย หรือ บุคลากรทางการแพทย์ ทั้งในสายปฏิบัติการ และ สายสนับสนุน อาจารย์ผู้พัฒนารายวิชา ผศ.นพ.ไชยพร ยุกเซ็น แพทยศาสตร์บัณฑิต คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปี 2547 วุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญ สาขาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ปี 2553 - Certificate International Disaster Management, Bournemouth, UK - Certificate of Mass Casualty Simulation System (MacSim) Instructor course, Bangkok E-mail: chaipool0634@hotmail.com วัตถุประสงค์ของการเรียนในหลักสูตรนี้ เมื่อจบการศึกษารายวิชานี้แล้วจะต้องมีความสามารถในการ 1.ประเมินภาวะฉุกเฉินจากการเกิดสาธารณภัย โดยใช้หลักการ METHANE 2.สามารถตอบสนองต่อการเกิดสาธารณภัยได้โดยใช้หลักการ CSCATTT 3.สามารถวิเคราะห์ภาวะฉุกเฉินจากการเกิดสาธารณภัยในรูปแบบต่างๆได้ 4.สามารถนำความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้การจัดการสาธารณภัยไปประยุกต์ใช้ในภาวะฉุกเฉินได้ จำนวนชั่วโมงเรียนทั้งหมด / จำนวนชั่วโมง ที่ต้องใช้ในการเรียนรู้ต่อสัปดาห์ 10 ชั่วโมง / 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ระดับของเนื้อหารายวิชา ปริญญาตรี/ เนื้อหาเรียนตามอัธยาศัย ประเภทของการเรียนในรายวิชา เรียนด้วยตนเอง ระดับความยากของเนื้อหารายวิชา กลาง ความรู้พื้นฐานที่ต้องมีมาก่อน - การวัดประเมินผล เกณฑ์การให้คะแนน การผ่าน/ไม่ผ่าน และใบประกาศนียบัตร การเข้าเรียนครบ 70% และทำแบบทดสอบผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด จะได้รับใบประกาศนียบัตร แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ (ระบุเอกสาร ตำรา เว็บไซต์ ฯลฯ) - www.th.undp.org/docs/publication - www.amed.go.th - ไชยพร ยุกเซ็น. การจัดการอุบัติภัยหมู่. ใน: ไชยพร ยุกเซ็น, ยุวเรศมคฐ์ สิทธิชาญบัญชา, บรรณาธิการ. เวชศาสตร์ฉุกเฉิน ๑. กรุงเทพ: ช่อระกา การพิมพ์; ๒๕๕๗. หน้า ๘๓-๙๓. Creative common สัญญาอนุญาตสิทธิ์ “สื่อการสอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Thai MOOC (thaimooc.org) และเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตสิทธิ์แบบ Creative Commons ด้วยเงื่อนไข CC BY NC SA”
การเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์แบบสะเต็มศึกษา รายวิชานี้ได้ปรับรูปแบบการจัดการเรียนการสอนเป็น "การเรียนรู้ด้วยตนเองตามอัธยาศัย (Self-Paced)" คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (ไทย)การเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์แบบสะเต็มศึกษา (อังกฤษ) Learning Mathematics using STEM based approach ความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับสะเต็มศึกษา (STEM EDUCATION) ปรัชญาและการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์แบบสะเต็มศึกษา ความแตกต่างระหว่างการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์แบบดั้งเดิมกับการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาตร์แบบสะเต็มศึกษา ตัวอย่างกิจกรรมการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์แบบสะเต็มศึกษา การประยุกต์ปัญหาด้านคณิตศาสตร์เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันและการให้ข้อมูลย้อนกลับ (feedback) สำหรับการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์แบบสะเต็มศึกษา บอกความหมายและความสาคัญของการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา อธิบายหลักการการจัดการเรียนการสอนและการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามแนวทางที่ใช้สะเต็มศึกษา ยกตัวอย่างกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์แบบสะเต็มศึกษา วิเคราะห์และออกแบบหน่วยการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์แบบสะเต็มศึกษา สร้างหน่วยการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์แบบสะเต็มศึกษาโดยบูรณาการกับสถานการณ์ปัจจุบัน จำนวนชั่วโมงเรียนทั้งหมด : 10 ชั่วโมง จำนวนที่ต้องใช้ในการเรียนรู้ต่อสัปดาห์/หรือต่อครั้ง : 1-2 ชั่วโมง ต่อสัปดาห์ จำนวนหน่วยกิตในเนื้อหาบทเรียนออนไลน์ : ไม่มี จำนวนหน่วยกิตของรายวิชาในหลักสูตรปกติ : ไม่มี กลุ่มเป้าหมายของรายวิชา : ครูคณิตศาสตร์/นักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา/ประชาชนทั่วไป ระดับของเนื้อหารายวิชา : ทั่วไป ระดับความยากของเนื้อหารายวิชา : เบื้องต้น ถึง กลาง ประเภทของการเรียนในรายวิชา : เรียนด้วยตนเอง ความรู้พื้นฐานที่ควรมีมาก่อน : วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ระดับประถม ผศ. ดร. สมคิด อมรสมานกุล (Assistant Professor Dr. Somkid Amornsamankul) e-mail : somkid.amo@mahidol.ac.th ------------------------------------------------------------------------------------------------------ ดร. พิชญ์กิตติ บรรณางกูร(Dr. Pichkitti Bannangkoon) e-mail : pichkitti.ban@mahidol.ac.th ------------------------------------------------------------------------------------------------------ ดร. ชนันท์ ลิ่วเฉลิมวงศ์ (Dr.Chanun Lewchalermvong) e-mail : chanun.lew@mahidol.ac.th ------------------------------------------------------------------------------------------------------ นายสัจจา นะคะจัด (Mr.Sujja Nakajud) e-mail : sujja.nak@mahidol.ac.th ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา : อ. ดร.ปรัชญพงศ์ ยาศรี (Lect. Pratchayapong Yasri, Ph.D.) ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อ : อ.ดร. มนต์อมร ปรีชารัตน์ (Lect. Monamorn Precharattana, Ph.D.) หนังสือและตำรา คู่มือกิจกรรมสะเต็ม โดย สสวท. เอกสารประกอบการบรรยาย เอกสารประกอบการบรรยายและอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง สะเต็ม (STEM) (free download https: www.ilearnsci.com) เว็บไซต์ สะเต็มศึกษาประเทศสหรัฐอเมริกา https: www.ed.gov/stem สะเต็มศึกษาประเทศสหราชอณาจักร https: www.stem.org.uk สะเต็มศึกษาประเทศไทย https: www.stemedthailand.org/ STEM education การศึกษาแบบสะเต็ม ISBN เลขประจำหนังสือ Modulo การหารเอาเศษ Check digit เลขโดดตรวจสอบ Mobius band วงแหวนโมบิอุส เข้าทำแบบทดสอบก่อนเรียน / มีผลคะแนนแบบทดสอบระหว่างเรียน และแบบทดสอบหลังเรียนไม่น้อยกว่า 70% ควรเรียนรู้จาก MOOC ร่วมกับ ช่องทางการเรียนรู้อื่น โดยมีการนำความรู้ความเข้าใจไปทดลองใช้ เช่น จัดการเรียนรู้ผ่านกิจกรรม STEM based learning เน้นการเรียนรู้แบบการมีส่วนร่วม และ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียน และผู้สอน share & learn "สื่อการสอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Thai MOOC (thaimooc.org) และเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตสิทธิ์แบบ Creative Commons ด้วยเงื่อนไข CC BY NC CF
รายวิชาเรียนตาม อัธยาศัยรายวิชานี้ได้ปรับ รูปแบบการจัดการเรียนการสอนเป็น "การเรียนรู้ด้วยตนเองตามอัธยาศัย (Self-Paced)" เกี่ยวกับรายวิชาเป็นรายวิชาสำหรับผู้สนใจทั่วไปและนักศึกษา หลักการและทฤษฎีด้านการออกแบบ การเข้าใจมุมมอง 3 มิติ หลักการเขียนแบบ 3 มิติ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับงานออกแบบโมเดล 3 มิติเพื่อสร้างชิ้นงาน โปรแกรมที่เป็น Freeware , License และความแตกต่างของความสามารถของโปรแกรมนั้นๆ หลักการและทฤษฎีด้านวัสดุสำหรับการพิมพ์ 3มิติ เส้น Filament ชนิดต่างและคุณสมบัติ ลำดับการออกแบบด้วยโปรแกรม ขั้นตอนการขึ้นรูปด้วยเทคนิคต่างๆ การใช้อุปกรณ์เครื่องมือวัดต่างๆ เช่น เวอร์เนีย เป็นต้น แนวคิดเกี่ยวกับการออกแบบชิ้นงานและตัวอย่างงานที่ไม่สามารถหาได้ในท้องตลาด หลักการออกแบบเกี่ยวกับทางกล การทดแรง การใช้เฟือง การออกแบบเฟืองทดแรงต่างๆ ข้อต่อ ข้อพับ สลัก โปรแกรมวิเคราะห์ความแข็งแรงของชิ้นงาน เทคนิคการพิมพ์โมเดล 3 มิติ การจัดวางชิ้นงานก่อนพิมพ์เพื่อให้ผลพิมพ์ออกมาดีที่สุด
เกี่ยวกับวิชา (About This Course) คำอธิบายรายวิชา ความรู้เบื้องต้นในการศึกษาระบบการเมือง ระบบเศรษฐกิจ และระบบสังคมของประเทศสมาชิกอาเซียน ทั้ง 10 ประเทศ รูปแบบการพัฒนาทางเศรษฐกิจ รูปแบบการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ที่ดีทางสังคมและวัฒนธรรมระหว่างประชาชนอาเซียน ความแตกต่างทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของประเทศสมาขิก แนวโน้มในการพัฒนาความสัมพันธ์ของประเทศสมาชิกอาเซียนในทุกมิติภายใต้กรอบอาเซียน Introduction to study on political system, economic system, and social system of 10 ASEAN members, model of economic development, model of economic cooperation development, close relation in social and culture among ASEAN citizen, political, economic and social diversity of member states, potential on relationship development among member states in all important perspectives. วัตถุประสงค์การเรียนรู้ของบทเรียนออนไลน์ เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจพื้นฐานทางการเมือง การปกครอง ระบบเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศสมาชิกอาเซียนเพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุน และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประชาชนในประเทศสมาชิก เพื่อให้ผู้เรียนที่มีความสนใจด้านอาเซียนศึกษาสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในงานและชีวิตประจำวัน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ที่ได้ไปสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอาเซียนกับผู้อื่นได้อย่างถูกต้อง จำนวนชั่วโมงการเรียนรู้ออนไลน์ทั้งหมด 8 ชั่วโมง จำนวนชั่วโมงที่จัดการเรียนรู้ต่อสัปดาห์/ต่อครั้ง 2 ชั่วโมง ระดับของเนื้อหารายวิชา (ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก):มัธยมศึกษา ปริญญาตรี และบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจเรื่องอาเซียน ระดับความยากของเนื้อหารายวิชา (เบื้องต้น กลาง สูง): เบื้องต้น อาจารย์ผู้สอน/Course Staff ผศ.ดร.พรรณชฎา ศิริวรรณบุศย์Assistant Professor Dr.Punchada Sirivunnaboodอีเมล์ punchada.sir@mahidol.ac.th สังกัด : คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล Resume/CV/ประวัติโดยย่อ ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พรรณชฎา ศิริวรรณบุศย์ Assistant Professor Dr. Punchada Sirivunnabood ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อ ดร.พิชญา เอ็มเนทท์ Dr.Pitchaya Emnett จำนวนชั่วโมงที่จัดการเรียนรู้ต่อสัปดาห์/ต่อครั้ง 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ทั้งหมด 4 ครั้ง แผนการจัดการเรียนการสอน โดยแบ่งเนื้อหาการเรียนการสอนออกเป็น 4 บท แต่ละบทใช้เวลา 2 ชั่วโมง รวม 4 สัปดาห์ และมีหัวข้อ ดังนี้ บทที่ 1 บทนำ และ ประวัติศาสตร์ในการก่อตั้งอาเซียน จนถึงประชาคมอาเซียน ประกอบด้วย หัวข้อย่อย (เรื่อง) ดังนี้ (2 ชั่วโมง) 1.1 การแผ่ขยายของลัทธิคอมมิวนิสต์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และการก่อตั้งอาเซียนในปี พ.ศ. 2510 1.2 วิวัฒนาการของอาเซียนหลังจากการก่อตั้ง 1.3 ปฏิญญาและข้อตกลงต่างๆ ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน 1.4 การเพิ่มจำนวนสมาชิกอาเซียน 1.5 การพัฒนาอาเซียนสู่ประชาคมอาเซียน 1.6 แนวทางในการพัฒนาประชาคมอาเซียนให้ยั่งยืน 1.7 โครงสร้างของประชาคมอาเซียน บทบาท และเครื่องมือของเสาประชาคมอาเซียนแต่ละเสา 1.8 เปรียบเทียบบทบาท โครงสร้าง และหน้าที่ของอาเซียนกับองค์กรระดับภูมิภาคอื่นๆ บทที่ 2 ระบบการเมือง และความมั่นคงของประเทศสมาชิกอาเซียน ประกอบด้วยหัวข้อย่อย (เรื่อง) ดังนี้ (2 ชั่วโมง) 2.1 ศึกษาเปรียบเทียบระบบการเมือการปกครองของประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ 2.2 ศึกษาเปรียบเทียบระบบพรรคการเมือง การเลือกตั้งและการมีส่วนร่วมทางการเมืองในภาคประชาชน 2.3 ปัญหาคอร์รัปชั่นในประเทศสมาชิกอาเซียน 2.4 ความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ 2.5 ปัญหาความมั่นคงรูปแบบใหม่ในอาเซียน 2.6 แนวทางในการแก้ไขปัญหาจากความมั่นคงรูปแบบใหม่ในอาเซียน 2.7 แนวทางความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างอาเซียนและประเทศคู่เจรจาอาเซียน บทที่ 3 ระบบเศรษฐกิจ และการลงทุนในอาเซียน ประกอบด้วยหัวข้อย่อย (เรื่อง) ดังนี้ (2 ชั่วโมง) 3.1 ความหมายของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ 3.2 ภาพรวมการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจอาเซียน 3.3 ความสำคัญเชิงเศรษฐกิจของอาเซียนในระบบเศรษฐกิจโลก 3.4 ภาพรวมการค้าของอาเซียน 3.5 ภาคเศรษฐกิจที่สำคัญในการส่งออกและประเทศคู่ค้าที่สำคัญของอาเซียน 3.6 ภาพรวมการลงทุน และ อัตราการเจริญเติบโตของการลงทุนในอาเซียน 3.7 โครงสร้างและส่วนประกอบของพิมพ์เขียวประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Blueprint 2007) และข้อตกลงทางเศรษฐกิจของอาเซียนที่เกี่ยวข้อง 3.8 ผลกระทบของ AEC ต่อเศรษฐกิจอาเซียน บทที่ 4 สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ของประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ ประกอบด้วย หัวข้อย่อย (เรื่อง) ดังนี้ (2 ชั่วโมง) 4.1 ความแตกต่างใน ศาสนา ภาษา และวัฒนธรรมของประเทศสมาชิกอาเซียน 4.2 ประชาคมสังคมและวัฒนธรรม 4.3 กฎหมายควบคุมอาคารกับความปลอดภัยของประชาชนอาเซียน 4.4 บทบทของ ASEAN University Network เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดด้านการศึกษา 4.5 ปัญหาสิ่งแวดล้อมในอาเซียน เช่น ไฟป่า และหมอกควัน ปัญหาน้ำแล้ง ปัญหาทรัพยากรสัตว์ป่า 4.6 แนวทางความร่วมมือในการปกป้องสิ่งแวดล้อมของภูมิภาค และการป้องกัน กิจกรรมการเรียนรู้ ดูวีดีโอ ตอบคำถาม และทำแบบฝึกหัด สื่อการเรียนรู้ วิดีทัศน์พร้อมคำบรรยาย และ เอกสารอ่านเพิ่มเติม ในบางหัวข้อ ระยะเวลาการเรียน สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ครั้งละ 2 ชั่วโมง เป็นเวลา 4 สัปดาห์ ประเภทการวัดผล สอบย่อย หรือ quiz ในแต่ละหัวข้อ เก็บคะแนนไปตลอดระยะเวลาการเรียน โดยผู้เรียนต้องได้คะแนน เกินร้อยละ 80 จึงจะเรียนจบ (Quizรวมทั้งสิ้น 105 ข้อ ตลอดเวลาการเรียนการสอน 4 สัปดาห์) รูปแบบ Quiz Multiple Choice, Dropdown, Checklist และ เติมคำในช่องว่าง “สื่อการสอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Thai MOOC (thaimooc.org) และเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตสิทธิ์แบบ Creative Commons ด้วยเงื่อนไข CC BY NC SA”